แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Article แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Article แสดงบทความทั้งหมด

04 มกราคม 2555

KPI PR

1. การเผยแพร่ข่าวสารขององค์กรผ่านทางสื่อมวลชน เช่น หนังสือพิมพ์ วารสาร นิตยสาร TV และวิทยุ รวมถึง เคเบิ้ลทีวี และวิทยุชุมชน

KPI จะวัดจากมูลค่าทางการประชาสัมพันธ์ (PR Value) เพราะมูลค่าของข่าวแต่ละชิ้นไม่เท่ากัน เช่น ข่าวเดียวกันได้ออกอากาศทาง TV ช่อง 7 กับเคเบิ้ลทีวี จะมีมูลค่าไม่เท่ากัน หรือ ได้ลงหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กับ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ในขนาดคอลัมน์เท่ากัน แต่มูลค่าการประชาสัมพันธ์ก็ไม่เท่ากัน

การตั้ง KPI ของประชาสัมพันธ์ ในปีแรก ก็ลองประมาณการปีที่ผ่านมาค่ะ ว่าได้ออกสื่อไปแล้วมีมูลค่าเท่าไร เช่น ตั้ง KPI ที่ 500,000 บาท ถ้าคุณจัดงานแล้วได้ออกอากาศทาง TV ช่อง 3 และ ช่อง 7 KPI ของคุณก็เกือบผ่านแล้วค่ะ

ดังนั้น นักประชาสัมพันธ์ จึงควรมีราคาการออกสื่อต่างๆ ไว้ เพื่อนำมาประเมินมูลค่าทางการประชาสัมพันธ์ค่ะ

2. ในด้านการจัดงานที่เน้นการประชาสัมพันธ์ภายนอก เช่น งานแถลงข่าว การจัดนิทรรศการ การจัดงานประชุมต่างๆ การจัดงานแถลงข้อเท็จจริง

KPI หากวัดในเชิงปริมาณ ก็วัดจากจำนวนคนที่เข้าร่วมงาน ส่วนถ้าเป็นงานแถลงข่าวที่จัดเฉพาะสื่อก็วัดจากสื่อมวลชนที่มาร่วมงาน และถ้าจะวัดถึงเชิงคุณภาพด้วย ก็จะสำรวจความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มาร่วมงานค่ะ

3. การประชาสัมพันธ์ภายใน ประกอบด้วยการพัฒนาปรับปรุงสื่อภายใน เช่น จำนวนบอร์ดที่ปรับปรุงและเพิ่มเติม การจัดทำสื่อเสียงตามสาย การทำวารสารภายในปีละกี่ฉบับ การทำระบบ Intranet ในด้านเนื้อหาก็วัดจากจำนวนข่าวสารที่ส่งถึงพนักงาน และเพิ่มด้วยการสำรวจความพึงพอใจ และการรับข้อมูลทางสื่อใดบ้าง

4. สื่อมวลชนสัมพันธ์ ส่วนใหญ่ก็ปีละครั้ง เช่น การทำของขวัญปีใหม่แล้วไปอวยพรปีใหม่สื่อมวลชนที่ติดต่อกัน ก็ถือเป็น 1 ครั้ง การเชิญมาร่วมทำกิจกรรมสาธารณกุศล เราจัดงานเลี้ยงขอบคุณสื่อมวลชน เป็นต้น

5. ข่าวและบทความที่ขึ้นเว็บ ก็วัดจากจำนวนบทความและข่าว ที่ได้รับการเผยแพร่ค่ะ หากจะวัดเพิ่มก็วัดจำนวน view ที่เข้าไปอ่าน (ซึ่งจะยากนะคะ เพราะต้องเชิญชวน และหาเพื่อนเข้าไปกดกันเยอะเลยค่ะ)

23 สิงหาคม 2554

การส่งจดหมายเชิญทำข่าวผ่าน THAIPR.NET

สำหรับองค์กรหรือบริษัท ที่ไม่ได้จากพีอาร์เอเจนซี่ ในการเชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานแถลงข่าว หรืองานเปิดตัวสินค้าใหม่ การเยี่ยมชมบริษัท การโทรหาสื่อโดยตรง อาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไร เนื่องจากนักข่าวส่วนใหญ่ออกหาข้อมูลหรือทำข่าวนอกออฟฟิศ แต่นักข่าวส่วนใหญ่จะตรวจสอบกำหนดการผ่านเว็บไซต์ THAIPR.NET ซึ่งทุกองค์กรสามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรี .. การลงทะเบียนง่ายเหมือนอีเมล์ปกติ น่าจะช่วยให้หน่วยงานของท่านเป็นที่รู้จักของสื่อมวลชนได้ไม่มากก็น้อย และภายหลังจบงานแถลงข่าว ท่านสามารถนำข่าวประชาสัมพันธ์พร้อมภาพถ่าย ไปขึ้นบนเว็บไซต์ THAIPR.NET ได้ ด้วยการส่งไฟล์ข้อมูลไปคล้ายๆ กัน เพียงแต่มีการเลือกหมวดข่าวให้เหมาะสม ข่าวของท่านก็อาจจะโดนใจสื่อแล้วได้รับการตีพิมพ์ก็ได้ อย่าลืมใส่ชื่อที่อยู่ผู้ติดต่อไว้ท้ายข่าว เพราะอาจจะต้องมีการสอบถามข้อมูลจากสื่อเพิ่ม ... แต่ถ้าสนใจทำพีอาร์แบบมืออาชีพ ลองเข้ามาศึกษาผ่านการอบรมในหลักสูตร PR อย่างไรให้เป็นข่าว รุ่น 14 วันเสาร์ที่ 24 กันยายนนี้ อัตราค่าอบรมถือว่าคุ้มมากเพียง 3,500 บาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม สนใจลงชื่อมาได้ที่ chayut@se-ed.com or chayut8165@gmail.com โทร 0-2739-8165 พร้อมรับส่วนลด 10% เมื่อสมัครทางอีเมล์

25 กรกฎาคม 2554

ทำพีอาร์เป็น? เห็นยอดขายเพิ่ม !!!

ความจริงทีหลายธุรกิจต้องทราบ หากสินค้าีดี บริการดี แต่พีอาร์ไม่เป็น มีโอกาสขาดทุนได้ ดังนั้น หากท่านเจ้าของธุรกิจ สนใจงานด้านประชาสัมพัีนธ์หรือ PR แต่ไม่เข้าใจวิธีการทำพีิิิอาร์ ซีเอ็ดเลิร์นนิ่งเซ็นเตอร์ ขอแนะนำหลักสูตร PR อย่างไำรให้เป็นข่าว รุ่นที 13 วิทยากรโดย อ.กรกนก จึงภักดี ที่ปรึกษาด้านประชาสัมพันธ์ มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ในองค์กรภาครัฐ เอกชน การอบรมจะเป็นการเน้นปฏิบัติมากกว่าการบรรยาย ทำให้จบแล้วสามารถนำไปใช้ได้จริง และมีรายชื่อสื่อมวลชนปี 2011แจกให้ฟรี อัตราค่าอบรมท่านละ 3500 บาทไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม สนใจสำรองที่นั่งที่ คุณชยุต โทร 0-2739-8165 หรือ 089-691-8438 สมัครทางอีเมล์ chayut@se-ed.com ลด 10 % อย่าลืม สินค้าดี ต้องพีอาร์เป็น ถึงเห็นเงิน...

สนใจหลักสูตรเข้าดูได้ที่นี่ PR อย่างไรให้เป็นข่าว

26 กุมภาพันธ์ 2554

รายงานประจำปี สื่อ PR องค์กร Part 3

เคยเขียนกันไปแล้วสำหรับการรายงานผลการดำเนินงานขององค์กรภาครัฐ วันนี้ตั้งใจจะเขียนถึงการรายงานผลการดำเนินงานขององค์กรเอกชน การเขียนรายงานผลการดำเนินงานจะเขียนกระชับมากกว่าภาครัฐ เป็นการสรุปงานของบริษัทแม่และบริษัทในเครือ มีการเขียนถึงรายการระหว่างกัน รวมทั้งมีบทวิเคราะห์ทางธุรกิจของบริษัท สถานการณ์ธุรกิจในภาพรวมทั้งอุตสาหกรรมประจำปี พร้อมทั้งแนวโน้มอุตสาหกรรมภาพรวมในปีถัดไป (เป็นอุตสาหกรรมประเภทเดียวกับบริษัทที่จัดทำรายงานประจำปีนะคะ) โดยจะเขียนในรูปบทความ ซึ่งหากคุณ !!! คือผู้ที่ต้องการจะลงทุนในธุรกิจประเภทใด ก็สามารถไปศึกษาได้จากรายงานประจำปีของบริษัทที่ประกอบธุรกิจประเภทนั้นได้เลยคะ ดังนั้น PR ผู้รับผิดชอบการทำรายงานประจำปี จึงควรให้ความสำคัญกับบทความในรายงานด้วยนะคะ เพราะผู้ถือหุ้น และคนที่สนใจทั่วไป จะได้รับข้อมูลในหลากหลายด้านขององค์กรผ่านรายงานประจำปีนั่นเอง

23 กุมภาพันธ์ 2554

รายงานประจำปี สื่อ PR องค์กร Part 2

ส่วนที่รายงานผลการดำเนินงานขององค์กร ในรายงานประจำปีแต่ละปี ส่วนใหญ่ก็จะเขียนเหมือนๆ กันเกือบทุกปี บางแห่งเปลี่ยนแค่ตัวเลขเท่านั้น ข้อความอื่นๆ เหมือนเดิมเลยทีเดียว นอกจากนี้องค์กรภาครัฐและภาคเอกชนก็จะรายงานผลการดำเนินงานแตกต่างกัน โดยองค์กรภาครัฐจะรายงานผลการดำเนินงานที่มีรายละเอียดมากกว่าเอกชน และนิยมรายงานผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร วิธีการเขียนรายงานก็นำแผนยุทธศาสตร์ตั้งเป็นหัวข้อใหญ่เป็นข้อๆ แล้วนำผลงานขององค์กร ใส่ลงไปตามแผนยุทธศาสตร์จนครบทุกหัวข้อ และที่ขาดไม่ได้ก็จะรายงานเป็นตัวเลขมากมาย นอกจากแผนยุทธศาสตร์แล้วบางองค์กรภาครัฐจะรายงานผลตามพันธกิจ ภาระงานขององค์กร เป็นต้น ซึ่งถ้าการเขียน รายงานผลการดำเนินงานมีการนำมาสรุปและเรียบเรียงด้วยภาษาง่ายๆ น่าอ่าน ก็จะทำให้รายงานประจำปีอ่านแล้วสนุกมากขึ้น และสามารถ PR องค์กรได้แน่นอน

22 กุมภาพันธ์ 2554

รายงานประจำปี สื่อ PR องค์กร Part 1

ตลอดทั้งปีทุกองค์กร มีผลการดำเนินมากมายจากทุกฝ่ายของบริษัท หรือจากบริษัทร่วมทุน จากบริษัทในเครือ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรวบรวมบอกกล่าวให้แก่สังคม และผู้ที่ติดตามผลงานของบริษัทให้ทราบ ซึ่งรูปแบบการทำรายงานประจำปีทั่วๆ ไป จะประกอบด้วยข้อมูลภาพรวมองค์กร ผลการดำเนินงาน รายงานทางการเงิน และกิจกรรมหรือโครงการพิเศษต่างๆ ในส่วนของข้อมูลภาพรวม ที่ทุกคนได้อ่านกันคุ้นเคยในหน้าแรกๆ คือ สารจากผู้บริหารสูงสุดขององค์กร เช่น รัฐมนตรี ประธานกรรมการ ผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นหน้าที่มีมูลค่าทางการประชาสัมพันธ์สูงมาก ดังนั้นการเขียนสารผู้บริหารนี้ จึงควรเขียนให้กระชับพร้อมสรุปภาพรวมขององค์กรให้ได้ โดยในปัจจุบันหลายบริษัท มีการจัดหน้าพร้อมทำกราฟฟิค ภาพประกอบสวยงามน่าอ่านมาก เป็นรูปแบบคล้ายๆ คอลัมน์ในนิตยสาร ซึ่งเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำใช้รายงานประจำปี สามารถทำหน้าที่สื่อ PR องค์กรได้อย่างตรงวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย (โดย อ.กรกนก จึงภักดี)

12 กรกฎาคม 2553

Road Show to Campus

กลุ่มนิสิตนักศึกษาเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดประชาสัมพันธ์ของสินค้าและบริการมากมายหลากหลายประเภท ด้วยคุณลักษณะเด่น ๆ ของกลุ่มนี้ที่ต้องการเป็นที่ยอมรับ ชอบสังคม และบริโภคนิยม รวมทั้ง ความพิเศษของกลุ่มนี้คือเป็นได้ทั้งกลุ่มเป้าหมายปัจจุบันและกลุ่มเป้าหมายในอนาคตที่ทรงพลัง


นอกจากนี้ กลุ่มนิสิตนักศึกษาคือกลุ่มที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป การจัด Road Show เพื่อเข้าไปร่วมกันมอบความรู้ และปลูกจิตสำนึกของหลายภาคส่วนจึงเป็นกิจกรรมที่ช่วยกันเสริมสร้างอนาคตของชาติอีกทางหนึ่ง


การไป Road Show to Campus เริ่มจากการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน ผู้ที่จะร่วมประสานงานที่ดีระหว่างเรากับสถาบันการศึกษา เมื่อติดต่อได้แล้วก็ทำหนังสือไปถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน เช่น หากเป็นการจัดกิจกรรมร่วมกับนิสิตนักศึกษาทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ก็ทำหนังสือเรียนอธิการบดี หากเป็นการจัดกับนิสิตนักศึกษาในคณะก็ทำหนังสือเรียนคณบดี


สิ่งสำคัญอีกอย่างของการจัดกิจกรรม Road Show คือการประชาสัมพันธ์ให้นิสิตนักศึกษาเข้าร่วมงาน ซึ่งถ้าบริษัทที่มีงบประมาณทำกิจกรรมมาก ก็ไม่ค่อยน่าเป็นห่วงมากนักเพราะสามารถนำศิลปินที่กำลังได้รับความนิยมมาเปิดการแสดงและมีการแจกของพรีเมี่ยม ก็จะมีนิสิตนักศึกษามาร่วมงาน Road Show อย่างแน่นอน แต่ถ้าบริษัทมีงบประมาณไม่มากนัก ก็สามารถใช้วิธีการเข้าร่วมกับกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยจัดอยู่แล้ว และเป็นงานที่นิสิตนักศึกษาทุกคนต้องเข้าร่วม เช่น งานรับน้องใหม่ของนักศึกษาปี 1 งานปัจฉิมนิเทศของนักศึกษาปี 4 เป็นต้น ซึ่งสามารถดูรายละเอียดกิจกรรมเหล่านี้ได้จากปฏิทินการศึกษาของมหาวิทยาลัย


หากผลิตภัณฑ์ของคุณมีลักษณะเฉพาะ การจัดกิจกรรม Road Show to Campus เป็นอีกงานหนึ่งที่สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายได้ตรงกับผลิตภัณฑ์ เพราะในมหาวิทยาลัยมีการแบ่งคณะอยู่แล้ว จึงสามารถทำกิจกรรมนำเสนอสินค้าและบริการของเราได้ตรงตามกลุ่มที่ต้องการ เช่น หากเป็นสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมต่าง ๆ ก็เข้าไปจัด Road Show ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ หากเป็นเรื่องแนวธุรกิจก็ไปจัดที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะบริหารธุรกิจ อะไรทำนองนี้ แต่ถ้าเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่กลุ่มนิสิตนักศึกษาใช้เป็นประจำอยู่แล้ว หรือสินค้าด้าน Edutainment ก็สามารถจัด Road Show รวมที่โรงยิมหรือห้องประชุมใหญ่ได้เลย


การจัดกิจกรรม Road Show to Campus เป็นงานที่น่าภาคภูมิใจ เพราะได้มีส่วนร่วมในพัฒนาความรู้และประสบการณ์ให้แก่เยาวชนของประเทศ ดังนั้นจึงควรทำกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ แล้วผู้จัดจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจและความชื่นชมที่กลุ่มนิสิตนักศึกษามอบให้

CSR กลยุทธ์แบบโดน ๆ ของประชาสัมพันธ์

มาถึงทุกวันนี้ หากคุณเป็นผู้ที่รับผิดชอบงานด้านการประชาสัมพันธ์ สื่อสารองค์กร หรือกิจกรรมเสริมภาพลักษณ์ต่าง ๆ คงต้องเคยหยิบกลยุทธ์ CSR มาวางแผนเพื่อเสริมภาพลักษณ์ และทำกิจกรรมสื่อสารกับสังคม ถึงนโยบายขององค์กรที่พร้อมจะคืนกำไรสู่สังคม และร่วมพัฒนาชุมชนไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน

กลยุทธ์ CSR เป็นวัตถุดิบที่ทรงคุณค่าของ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ในการนำเรื่องราว มาใช้สร้างสรรค์กิจกรรมประชาสัมพันธ์ได้อย่างต่อเนื่องตลอดปีเลยทีเดียว และด้วยกลยุทธ์ CSR ขององค์กร ที่ประกอบด้วยโครงการและกิจกรรมมากมาย ที่ล้วนสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคมและร่วมกันช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้สังคมน่าอยู่ขึ้น เช่น การรวมตัวกันเพื่อร่วมบริจาคช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม การร่วมกันช่วยคนไทยต้านภัยหนาว การจัดค่ายต่าง ๆ เพื่อเยาวชน และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ตอกย้ำให้รู้ว่า “สังคมเราไม่ทิ้งกัน” งานประชาสัมพันธ์โครงการ CSR จะเป็นอีกงานหนึ่งที่ผู้รับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์ทำงานกันด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ (แต่ !!! เหนื่อยกายเหมือนกัน) เพราะลักษณะการจัดกิจกรรม CSR ส่วนใหญ่ต้องไปลุยถึงพื้นที่จัดงานจริง และอยู่ดูแลจนกิจกรรมสำเร็จลุล่วง เพื่อให้ภาพรวมของงานทั้งหมดดูดี เรียบร้อย ตรงตาม Concept ของกลยุทธ์ CSR องค์กร

นอกจากการควบคุมดูแลให้ภาพการจัดงานสวยงาม เรียบร้อยตาม Concept แล้ว กว่าจะมาถึงวันจัดกิจกรรม ทีมประชาสัมพันธ์ก็จะต้องมองหาพันธมิตรที่จะมาร่วมจัดกิจกรรม CSR ในการมองหาพันธมิตรที่จะมาร่วมงานกับหน่วยงานเรา ก็ควรเป็นหน่วยงานที่มีภาพลักษณ์ดี และมีการบริการที่ Link กับกิจกรรมของเรา หรือแบรนด์ของเรา โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรม CSR ของเราดูดีมีชาติตระกูลเลยทีเดียว รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐเป็นหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไรผลประโยชน์จากการจัดกิจกรรม CSR ก็จะไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้เต็มที่

ตลอดระยะการดำเนินงานของโครงการ CSR ทีมประชาสัมพันธ์ สามารถนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่าง ๆ ไปสู่สาธารณชนได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเริ่มตั้งแต่เริ่มโครงการก็จัดงาน “แถลงข่าว” เชิญพันธมิตรทั้งหมดมาร่วมงาน และจัด “Group Interview” หลังจากนั้นก็ส่ง “Photo Release” ไปให้สื่อมวลชน เมื่อใกล้วันจัดงานก็ทำ “หมายข่าว” เชิญนักข่าวมาร่วมงาน และทำ “Press Release” แจกนักข่าวในวันจัดงาน รวมทั้งภายในงานก็สามารถจัด “Executive Interview” และ “Participant Interview” เสร็จงานแล้วทีมประชาสัมพันธ์ก็สามารถนำเสนอข่าวการจัดงานในรูปแบบ “Scoop” และ “News Letter” ผ่านทางสื่อทั้งหมด


ทีมประชาสัมพันธ์ไม่ควรคิดว่าโครงการ CSR เป็นเพียงกิจกรรมที่สร้างภาพลักษณ์ เพราะภาพลักษณ์ที่ดีที่เกิดขึ้นในสังคมมันเป็นผลลัพท์ที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ CSR อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปี แต่เรื่องที่ควรคำนึง (บางกิจกรรม) คือตรงกับกลุ่มเป้าหมายของสินค้า กิจกรรมนั้นช่วยตอกย้ำแบรนด์สินค้า และภาพลักษณ์องค์กร


อย่างไรก็ตาม ควรทำโครงการ CSR ด้วยความตั้งใจและจริงใจ แล้วผลตอบรับจะเปี่ยมไปด้วยความอิ่มใจและความสุขใจในการเป็นผู้ให้คะ

“ปลูกป่า” กิจกรรมสัมพันธ์เพื่อร่วมลดโลกร้อน

เมื่อกลางเดือนกันยายน ผู้เขียนได้ไปจัดงานกิจกรรมสมาชิกสัมพันธ์ โดยการพาผู้สมัครใจที่ต้องการร่วมกันลดโลกร้อนหลายคนไปปลูกป่าโกงกางที่ แสมสาร จ.ชลบุรี นับว่าเป็นกิจกรรมที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ได้อย่างดียิ่ง สำหรับผู้บริหาร สมาชิก ลูกค้า และสื่อมวลชน เพราะทุกคนได้ร่วมมือร่วมใจ ลงแรงกันคนละไม้คนละมือ ช่วยกันอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลตะวันออก ทรัพยากรอันมีค่าของทะเลไทย รวมทั้งได้มีส่วนร่วมลดโลกร้อน สร้างสรรค์ให้โลกน่าอยู่ได้อีกด้วย


การจัดกิจกรรมสัมพันธ์ สามารถทำได้ในหลายรูปแบบ เช่น การร่วมบริจาคสิ่งของแก่ผู้ด้อยโอกาส และการสร้างสิ่งปลูกสร้างแก่หมู่บ้านชนบท รวมทั้งการปลูกป่าเพื่อช่วยลดโลกร้อน ซึ่งการปลูกป่าก็แบ่งได้อีกหลายประเภท เช่น การปลูกป่าเพื่อรักษาต้นน้ำ การปลูกป่าโกงกาง การปลูกป่าชายเลน การปลูกพืชเพื่อเป็นอาหารสัตว์ การทำโป่งเทียม การทำแนวกันไฟป่า เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบใดก็ตามสิ่งที่ได้รับคือการได้ร่วมกันส่งมอบสิ่งแวดล้อมที่สมบูรณ์กลับคืนสู่ธรรมชาติ ให้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่กับพวกเราไปนานที่สุด รวมทั้งได้ร่วมกันทำสิ่งดี ๆ ให้แก่สังคม


เมื่อทุกคนมีความตั้งใจทำดี ความดีก็ย่อมกลับคืนสู่ผู้ทำดีเช่นกัน เพราะกิจกรรมสัมพันธ์ขององค์กรที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคม จะได้รับความร่วมมือจากสื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าว


ฝ่ายที่รับผิดชอบงานกิจกรรมในรูปแบบนี้ส่วนใหญ่คือฝ่ายประชาสัมพันธ์ เพราะกิจกรรมสัมพันธ์เป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรที่มองเห็นเป็นรูปธรรม ดังนั้นหากได้รับมอบหมายให้จัดกิจกรรม “ปลูกป่า”ที่มีสมาชิกและลูกค้ามาร่วมงาน จึงควรเชิญผู้บริหารขององค์กร และนักข่าวร่วมเดินทางไปด้วยกัน เพื่อทุกคนจะได้ปลูกป่าร่วมกัน ช่วยกันขุดดิน ปลูกต้นไม้ และเสริมด้วยกิจกรรมที่มีประโยชน์อื่น ๆ จะทำให้ทุกคนรู้จักกันและมีความประทับใจซึ่งกันและกัน